Markety

ศูนย์การเรียนรู้

บริษัท มาเก็ตตี้ (ประเทศไทย) จำกัด

ศูนย์การเรียนรู้

บริษัท มาเก็ตตี้ (ประเทศไทย) จำกัด

Branding คืออะไร? สำคัญอย่างไรต่อธุรกิจ สร้างแบรนด์อย่างไรให้ปัง

Branding มีอะไรบ้าง

ความก้าวหน้าทางธุรกิจเปลี่ยนไปอย่างก้าวกระโดด เพราะการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสมัยใหม่ ทำให้เกิดธุรกิจเพิ่มขึ้น มีการขับเคลื่อนธุรกิจหลากหลาย การทำ Branding ของแบรนด์ต่าง ๆ ก็มีเป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก ด้วยกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่สร้างคุณค่า สร้างเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้ชัดเจน สามารถดึงดูดลูกค้าได้ตรงตามกลุ่มเป้าหมายของธุรกิจ จะเห็นได้ว่า Branding มีความสำคัญต่อธุรกิจ รวมทั้งตลาดออนไลน์รวมไปถึง Digital marketing ด้วย ซึ่งช่วยขับเคลื่อนธุรกิจผ่านทางออนไลน์ให้เท่าทันคู่แข่งได้ มาศึกษาไปพร้อมกันว่า Branding คืออะไร สำคัญต่อธุรกิจอย่างไร มีขั้นตอนการสร้างแบรนด์อย่างไรบ้าง

Branding คืออะไร ทำไมคนทำธุรกิจควรรู้ 

Branding คือ วิธีการสร้างตราสินค้า เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่น่าจดจำของธุรกิจด้วยกระบวนการต่าง ๆ โดยการสร้างแบรนด์จะต้องสร้างคุณค่าของสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้า อีกทั้งยังเป็นการสร้างความหมายแก่ธุรกิจให้แบรนด์มีความโดดเด่น ซึ่งนำเอากลยุทธ์ต่าง ๆ วิธีการใหม่ ๆ ทางธุรกิจ นำไปใช้ดำเนินการพัฒนาแบรนด์ให้เท่าทันความต้องการของลูกค้า แล้วยังช่วยพัฒนาธุรกิจให้อยู่ในใจลูกค้า 

หาก Branding ประสบความสำเร็จ ก็สามารถเพิ่มมูลค่าทางการเงินได้ ทำให้เกิดความได้เปรียบการแข่งขันทางการตลาด เพราะแบรนด์เป็นที่จดจำได้ มีความเป็นมา มีข้อแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ รวมทั้งการส่งเสริมการขาย แผนการตลาด การโฆษณาแบรนด์ด้วย ช่วยให้แบรนด์อยู่ในใจลูกค้า สร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้า แสดงถึงความน่าเชื่อถือ คุณภาพของสินค้า ที่มีส่งผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อ พร้อมทั้งยังให้ประสบการณ์ที่ประทับใจต่อลูกค้าด้วย

ทำไม Branding จึงสำคัญต่อธุรกิจ? นำไปใช้อย่างไรบ้าง

ความสำคัญของ Branding ต่อธุรกิจ

การทำ Branding ให้กับธุรกิจ เป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่แสดงถึงตัวตนที่ชัดเจน เพื่อให้ลูกค้าจดจำแบรนด์ได้ ส่งผลต่อฐานลูกค้า มีข้อได้เปรียบทางการตลาด อีกทั้งยังช่วยสร้างความเชื่อมั่น สร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า ส่งผลให้แบรนด์ได้รับความไว้วางใจในเลือกซื้อซ้ำ และธุรกิจบรรลุเป้าหมายได้ มาดูกันว่า Branding สำคัญต่อธุรกิจอย่างไรกันบ้าง 

สร้างตัวตนที่โดดเด่นให้กับแบรนด์

Branding จะต้องมีการสร้างอัตลักษณ์ของแบรนด์ เพื่อแสดงถึงตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ยังเป็นการสร้างภาพจำให้กับลูกค้า โดยการสร้างอัตลักษณ์จะต้องบอกจุดเด่น เชื่อมโยงการรับรู้ของลูกค้าด้วย เพราะอัตลักษณ์เป็นสิ่งแรกที่ลูกค้านึกถึงแบรนด์ ดังนั้น อัตลักษณ์ของแบรนด์ จึงเข้ามามีบทบาทในการสนับสนุนแบรนด์มากขึ้น เช่น แบรนด์ไนกี้ ใช้เครื่องหมายสวูซ ทำให้ลูกค้าแยกแบรนด์ไนกี้ออกได้จากแบรนด์อื่น ๆ 

สร้างประสบการณ์ที่ดีและน่าจดจำให้กับลูกค้า

การสร้างประสบการณ์ที่ดี เป็นส่วนสำคัญของการสร้างแบรนด์ โดยแบรนด์ควรให้ความสำคัญกับลูกค้าตั้งแต่การเริ่มแรกจนถึงการให้บริการหลังการขาย เพราะการให้ประสบการณ์ที่ดีแก่ลูกค้า ช่วยให้แบรนด์มีความน่าเชื่อถือ ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้ามากขึ้นด้วย โดยวิธีการสร้างประสบการณ์ที่ดี เช่น การดูแลลูกค้าทั้งก่อนและหลังการขาย รวมถึงนโยบายที่ลูกค้าได้รับประโยชน์มากขึ้นด้วย

ทำให้เข้าใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

การทำ Branding ต้องรู้ลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ก่อน โดยต้องศึกษาข้อมูลและทำความเข้าใจลูกค้าก่อน ต้องทราบข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการซื้อสินค้า เหตุผลและแรงจูงใจในการตัดสินใจเลือกซื้อ รวมถึงจุดเด่นอะไรทำให้ชื่นชอบแบรนด์นั้น ๆ  เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนทำแบรนด์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้ามากที่สุด

สร้างความน่าเชื่อถือ ภาพลักษณ์ที่ดีของแบรนด์

การสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ ก็เป็นสิ่งสำคัญของ Branding เพื่อให้แบรนด์มีความเชื่อมั่น มีความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า เมื่อลูกค้าได้รับความเชื่อถือจากแบรนด์ จะส่งผลให้ลูกค้ามีความไว้วางใจ เชื่อใจแบรนด์มากขึ้น มากไปกว่านั้น หากความเชื่อถือของแบรนด์ที่มอบให้กับลูกค้าไว้นั้น แล้วลูกค้าได้รับตามที่แบรนด์มอบให้ ทำให้ลูกค้ามีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ด้วย 

สร้าง Branding นำเสนอแบรนด์ได้ชัดเจน 

การเลือก Branding ของแบรนด์นั้น ช่วยให้แบรนด์มีภาพลักษณ์ที่ดี นำจุดเด่นในทุกด้านมาสร้างเอกลักษณ์ตัวตนอย่างชัดเจน สร้างประสบการณ์ที่ดี ดึงดูดใจลูกค้า รวมทั้งยังเพิ่มโอกาสทางธุรกิจมากขึ้น โดยการเลือก   แบรนด์ดิ้งจะต้องมีแผนพัฒนาให้สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ กลยุทธ์ของแบรนด์ด้วย ดังนั้น การเลือก Branding ต้องมีการศึกษาข้อมูล วิเคราะห์ และวางแผนการสร้างตราสินค้า เพื่อให้ได้แบรนด์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า บรรลุเป้าหมายธุรกิจมากที่สุด 

ระหว่างBranding กับ Marketing แตกต่างกันอย่างไรบ้าง

การสร้างแบรนด์และการตลาด มีความแตกต่างกันอยู่หลายประการ สามารถสรุปข้อแตกต่างสั้น ๆ ได้ดังนี้

ด้านวัตถุประสงค์

เป้าหมายของ Branding จะเป็นวิธีการสร้างภาพลักษณ์ที่ดี การแสดงตัวตนที่เด่นชัด เพื่อให้ลูกค้าสามารถจดจำแบรนด์ได้ ส่งผลถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างธุรกิจกับลูกค้าได้ในระยะยาง ส่วนเป้าหมายของ Marketing brand จะเป็นวิธีการทางการตลาด เพื่อสร้างแคมเปญให้กับแบรนด์สำหรับสร้างยอดขายเพิ่มขึ้น มีรายได้มากขึ้นในระหว่างการทำแคมเปญ

วิธีการสื่อสารและกลยุทธ์

Branding มีกลยุทธ์การสื่อสารด้านอารมณ์ เน้นการสร้างเอกลักษณ์ตัวตนของแบรนด์ให้ลูกค้ารับรู้ มีการสร้างความประทับใจ ความทรงจำที่ดีของแบรนด์ให้กับลูกค้า ทำให้เกิดความชื่นชอบและมีความจงรักภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว ส่วนกลยุทธ์การสื่อสารของการตลาด จะเป็นการสื่อสารด้วยเหตุผล ให้ทราบว่า
มีสินค้าที่กำลังจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายอะไรบ้าง รวมทั้งระยะเวลามีกิจกรรมทางการตลาดให้ลูกค้ารับทราบ เพื่อประกอบการตัดสินใจและเกิดความต้องการซื้อสินค้า

ความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า

Branding จะเน้นการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าแบบระยะยาว เพื่อให้ลูกค้ามีความชื่นชอบในตัวตนของแบรนด์ พร้อมทั้งติดตามและสนับสนุนสินค้าของแบรนด์ในระยะยาว จึงเป็นการสร้างฐานลูกค้าอีกด้วย ส่วนความสัมพันธ์กับลูกค้าของ Marketing จะเน้นความสัมพันธ์กับลูกค้าระยะสั้น เพียงแค่นำเสนอกิจกรรมทางตลาด สิทธิประโยชน์ในระยะแคมเปญสำหรับกระตุ้นยอดขายเท่านั้น

ปัจจัยที่สำคัญต่อแบรนด์และธุรกิจ

Branding จะเป็นการสร้างภาพลักษณ์ สร้างตัวตนของแบรนด์ เพื่อให้เป็นเอกลักษณ์ โดดเด่นกว่าแบรนด์อื่น ๆ ในตลาด ไม่ว่าจะเป็นการคิดสโลแกน ออกแบบโลโก้ ออกแบบรูปแบบผลิตภัณฑ์ การเลือกใช้สี เป็นต้น จึงมีความสำคัญต่อแบรนด์และธุรกิจ เพราะมองเห็นส่วนสำคัญตั้งแต่การเริ่มต้นทำแบรนด์อย่างมีแบบแผน  ส่วนด้าน Marketing จะเป็นส่วนที่เกิดขึ้นหลังการทำ Branding เนื่องจากต้องมีการสร้างตัวตนของแบรนด์ในตลาดให้เป็นที่รู้จักก่อน จึงจะสามารถทำการตลาดให้กับแบรนด์ เพื่อส่งเสริมการขาย เพิ่มยอดขายได้ตามเป้าหมายที่แบรนด์ต้องการได้ 

ขั้นตอนการทำ Branding มีอะไรบ้าง

การทำ Branding มีขั้นตอนสำคัญของการสร้างแบรนด์ ดังนี้ 

การศึกษาหาข้อมูลทางการตลาด

การหาข้อมูลตลาด เป็นขั้นตอนสำคัญอันดับต้น ๆ เพราะการทำ Branding ต้องมีการศึกษาหาข้อมูล รวบรวมข้อมูล นำไปใช้วิเคราะห์สนับสนุนการตัดสินใจในการทำแบรนด์ ซึ่งก่อนการทำธุรกิจจะต้องพิจารณาข้อมูลตลาด ศึกษาข้อมูลของธุรกิจคู่แข่ง เพื่อสร้างจุดเด่น กลยุทธ์ทางการตลาด ระบุกลุ่มเป้าหมายได้ชัดเจน รวมไปถึงข้อได้เปรียบทางการตลาดให้กับแบรนด์ สร้างโอกาสให้แบรนด์ประสบความสำเร็จมากขึ้น 

สร้างกลยุทธ์ของแบรนด์

ทำ Branding ต้องทำกลยุทธ์ของแบรนด์สำหรับวางแผนระยะยาว โดยใช้กระบวนการต่าง ๆ มาช่วยสร้างกลยุทธ์ให้แบรนด์ดำเนินธุรกิจได้ตามวัตถุประสงค์ได้ ซึ่งวิธีการทำกลยุทธ์ อาจจะมีการวิเคราะห์ข้อมูลตลาด วิเคราะห์กลุ่มลูกค้า วิเคราะห์ธุรกิจอื่น ๆ รวมทั้งคู่แข่ง เพื่อหาจุดเด่น จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรค มาวิเคราะห์หลากหลายด้าน เพื่อนำมาทำกลยุทธ์ของแบรนด์ให้บรรลุเป้าหมาย

การเอกลักษณ์ตัวตนของแบรนด์ให้ชัดเจน

การสร้างภาพจำให้กับแบรนด์ เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งของการทำ Branding เพราะลูกค้าจะสามารถจดจำเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้ชัดเจน หากแบรนด์มีการสร้างอัตลักษณ์ที่แตกต่างจากคู่แข่ง สะท้อนตัวตนที่แสดงถึงความเป็นแบรนด์ได้อย่างชัดเจน โดยการสร้างตัวตนของแบรนด์ ได้แก่ ชื่อแบรนด์ สโลแกน โลโก้ การใช้สี ตัวหนังสือ เป็นต้น ทำให้แบรนด์มีความโดดเด่นและเป็นที่จดจำได้ของลูกค้า 

สร้างความสัมพันธ์และฐานลูกค้า

ขั้นตอนการทำ Branding อีกหนึ่งขั้นตอน ก็ต้องเป็นการสร้างการรู้จักแก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ารับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ได้ผ่านกลยุทธ์รูปแบบต่าง ๆ ที่เลือกนำเสนอให้เหมาะสมกับแบรนด์ แสดงข้อมูลของแบรนด์ให้ลูกค้ารับรู้เกี่ยวกับแบรนด์มากที่สุด

การทำ Branding มีกลยุทธ์ยอดนิยมอะไรบ้าง

กลยุทธ์การสร้างแบรนด์

การทำ Branding มีกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ (branding strategy) ที่นิยมทำกัน 4 รูปแบบ มีดังนี้ 

กลยุทธ์ด้านการออกแบบ (Brand design)

กลยุทธ์ด้าน Brand design เป็นวิธีการทางการตลาด สร้างตลาดดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ และทำให้ลูกค้ามีความสนใจแบรนด์ได้รวดเร็ว โดยBrand design สามารถทำได้หลากหลายรูปแบบให้เหมาะกับการใช้งานของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้สี ตัวอักษร รูปทรง ประเภทบรรจุภัณฑ์ ฯลฯ ซึ่งต้องวิเคราะห์ข้อมูลให้ดี เพื่อออกแบบสร้างเอกลักษณ์ให้แบรนด์ แล้วยังดึงดูดลูกค้าที่มีความสนใจ รสนิยมที่ตรงกับแบรนด์ด้วย สำหรับการใช้ Brand design บนสื่อสังคมออนไลน์อื่น ๆ สามารถแสดงตัวตนของแบรนด์ได้ดี  ตัวอย่างเช่น การนำเสนอแบรนด์บนเว็บไซต์ ต้องมีการออกแบบตามสัดส่วนหน้าจอแสดงผลรูปแบบต่าง ๆ ทั้งโทรศัพท์ แท็บเล็ต และคอมพิวเตอร์ เพื่อนำไปใช้งานได้อย่างถูกต้อง อีกทั้งยังนำเสนอแบรนด์ได้อย่างโดดเด่น ชัดเจน

กลยุทธ์การสร้างคุณค่าให้แบรนด์ (Brand value)

ด้านกลยุทธ์ Brand value คือวิธีการนำเสนอคุณค่าของแบรนด์ ซึ่งการใช้กลยุทธ์นี้ แบรนด์จะต้องมีการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าที่อาจจะต้องใช้เวลาพอสมควร เพราะคุณค่าเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ แต่ลูกค้าสามารถรับรู้คุณค่าต่าง ๆ จากแบรนด์ได้ เช่น คุณภาพสินค้าที่ดี มีความปลอดภัย มีความเชื่อมั่น ความน่าเชื่อถือ บริการหลังการขาย เป็นต้น ดังนั้น ถ้าแบรนด์มีคุณค่ามากขึ้น ลูกค้าก็ให้ความสนใจซื้อสินค้าเพิ่มขึ้นด้วย รวมไปถึงการบอกต่อของแบรนด์ไปยังบุคคลอื่น ตัวอย่างเช่น ธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้า หากแบรนด์มีคุณภาพ สร้างความเชื่อมั่นในตลาดได้ดี ลูกค้าก็นิยมเลือกใช้และซื้อซ้ำแบรนด์นี้เสมอ

กลยุทธ์ Brand voice หรือ การสร้างเสียงให้แบรนด์

Brand voice ถือว่าเป็นกลยุทธ์ด้านการใช้เสียงของแบรนด์ โดยแบรนด์จะต้องมีการกำหนดเสียงของแบรนด์อย่างชัดเจน เพื่อใช้ในการสื่อสารกับลูกค้าในช่องทางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบการสื่อสาร ลักษณะการพูด การใช้น้ำเสียงในสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งvoice branding จะต้องแสดงถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้ลูกค้ารับรู้ถึงความเป็นแบรนด์ได้มากที่สุด ยกตัวอย่างเช่น แบรนด์เครื่องสำอางที่ใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี การนำเสนอแบรนด์ต้องใช้เสียงที่มีความนุ่มนวล น่าค้นหา นำเสนอความเป็นเอกลักษณ์ด้วยสโลแกนที่ชัดเจน สะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นจากแบรนด์อื่น ๆ 

กลยุทธ์ด้านการเล่าเรื่อง (Storytelling)

การทำ Branding ด้วยกลยุทธ์ Storytelling เป็นวิธีการเล่าเรื่องของแบรนด์ นำเสนอความเป็นมาของแบรนด์ วัตถุประสงค์ ความเชื่อ จุดเด่นของสินค้า รวมถึงความรู้สึก จึงเป็นการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับแบรนด์ในระยะเวลาสำคัญ เพื่อทำให้ลูกค้ารู้จักแบรนด์มากยิ่งขึ้น อีกทั้งเรื่องราวที่นำเสนอเชื่อมโยงกัน ช่วยให้ลูกค้ารับรู้เกี่ยวกับแบรนด์ได้ดีด้วย ยกตัวอย่างเช่น Starbucks มีประวัติความเป็นมาอย่างยาวนาน จากร้านขายเมล็ดกาแฟคั่ว ปรับปรุงมาเป็นร้านกาแฟที่มีสาขาทั่วโลก ในแต่ละปีมีแคมเปญพิเศษจำนวนมากสำหรับการขายสินค้าใหม่ จะมีผลิตสินค้าเชื่อมโยงให้เข้ากับเทศกาล รวมทั้งเอกลักษณ์สำคัญของประเทศนั้น ๆ ใช้เทศกาลสำคัญมาเกี่ยวข้องกับการขายผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ สร้างประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ไม่เหมือนร้านกาแฟทั่วไป  

สรุป

การสร้าง Branding เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจประสบผลสำเร็จ การสร้างแบรนด์ต้องใช้กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ที่เหมาะกับธุรกิจและทันสมัย เพื่อนำเสนอเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้กับลูกค้าได้อย่างชัดเจนในช่องทางที่หลากหลายมากขึ้น ลูกค้าก็สามารถจดจำแบรนด์ได้ เกิดข้อได้เปรียบทางการตลาด เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้เร็ว รวมไปถึงการสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า สร้างประสบการณ์ที่ดี ทำให้ลูกค้ามีความประทับใจ เกิดความรักในแบรนด์ด้วยการเลือกใช้แบรนด์ในระยะยาว 

หากสนใจทำ Branding ขอแนะนำบริษัท Markety ที่มีความสามารถด้านเทคโนโลยี ด้านการตลาด ที่มาช่วยทำแบรนด์ดิ้งผ่านช่องทางออนไลน์ ให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ บรรลุเป้าหมายธุรกิจได้ ซึ่งเรามีบริการ
ต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นรับทำ Sale Page หรือ รับทำ Landing Page สามารถติดต่อได้ที่ ที่ตั้ง: 573/104 รามคำแหง 39 แขวงพลับพลา เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร 10310 หรือติดต่อสอบถามที่  084-509-5545 และ061-924-7449 หรืออีเมล [email protected]

คำถามเกี่ยวกับ Branding ที่พบบ่อย

การทำ Brand ให้มีความแข็งแกร่ง ทำอย่างไรได้บ้าง

ต้องทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ รักษาความสม่ำเสมอ มีการนำเสนอคุณค่าของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน สร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ และตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และปรับเปลี่ยนตามข้อเสนอแนะ

การทำ Branding ทำได้เฉพาะธุรกิจขนาดใหญ่เท่านั้นจริงหรือไม่

ไม่จริง การสร้างแบรนด์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการทำธุรกิจทุกประเภท ซึ่งแบรนด์ที่มีความแข็งแกร่ง สามารถทำให้ธุรกิจขนาดเล็กมีความได้เปรียบในการแข่งขัน และช่วยให้ธุรกิจนั้น ๆ มีความโดดเด่นในตลาด

การ Rebrand สามารถทำได้บ่อยหรือไม่

การรีแบรนด์ไม่มีกฎตายตัว บริษัทต่าง ๆ อาจเลือกที่จะรีแบรนด์เมื่อต้องการเปลี่ยนจุดสนใจทางธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ การควบรวมกิจการกับบริษัทอื่น ๆ  หรือต้องการเปลี่ยนภาพลักษณ์ธุรกิจเก่า ๆ อย่างไรก็ดี การรีแบรนด์บ่อยครั้ง อาจส่งผลให้ผู้ที่สนใจแบรนด์ เกิดความสับสนได้

อ้างอิง 

Allie Decker. (2023, March 15). What is Branding? Understanding its Importance in 2023.

https://blog.hubspot.com/marketing/branding

Marion. (2023, May 24). What Is Branding?. https://www.thebrandingjournal.com/2015/10/what-is-branding-definition/
Oberlo. (n.d.). What is Branding?. https://www.oberlo.com/ecommerce-wiki/branding